Wednesday, January 16, 2013

JAPAN FOOD CULTURE FESTIVAL 2013


JAPAN FOOD CULTURE FESTIVAL 2013

ที่ชั้น G และชั้น M GATEWAY EKAMAI

11 มกราคม - 23 มกราคม 2556

26 มกราคม - 10 กุมภาพันธ์ 2556

พลาดไม่ได้กับ สุดยอดแห่งความอร่อยจากฝีมือการทำอาหารของเชฟชาวญี่ปุ่น ที่บินตรงมาปรุงอาหารให้ทุกท่านได้ลิ้มลองกัน! และพบกับศิลปินมากมายในงาน Japan Food Culture Festival 2013 ทั้ง วงสินเจริญบราเธอร์, ลุลา, วง Room39 พร้อมทั้งเชฟ TV Champion ขนมหวานสองสมัยซ้อนค่ะ


 • พบกับร้านดังมากมาย อาทิ Fujinomiya Yakisoba, Boteijyu, Tokyo Gyoza, Tsuyama Horumon, Chanpontei, Imabari Yakibuta, Ooi Cheese Pasta, Meihou Keichan, Hanabatake Bokujyo

• พบกับหนุ่มฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ และพิธีกรสาวสุดสวย นุ้ย สุจิรา วันศุกร์ที่ 11 ม.ค. 56

• พบกับเจ้าของแชมป์ขนมหวานสองปีซ้อน จากรายการ ทีวีแชมเปี้ยน คุณโยชิดะ โมริฮิเดะ วันเสาร์ที่ 2 ก.พ 56

• พบกับศิลปินและดาราที่จะมาสร้างความสนุกตลอดทุกสัปดาห์

• สนุกสนานกับเกมส์และกิจกรรมญี่ปุ่นตลอดงาน พร้อมรับ Passport Rally ลุ้นรับของที่ระลึก



เชิญมาลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นส่งตรงจากญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมมากมายค่ะ ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/JapanFoodCultureFestival2013

Thursday, December 6, 2012

ร้าน "ทงคัตสึ ไมเซน (Tonkatsu Maisen)" ทงคัตสึชื่อดังของญี่ปุ่น เปิดแล้วที่สีลมคอมเพล็กซ์ สาขาแรกในประเทศไทย


ร้านทงคัตสึไมเซน (Tonkatsu Maisen) มีอายุยาวนาน เริ่มตั้งแต่ปี 1965 มาถึงปีนี้ 2012  เหตุเกิดเริ่มมาจาก คุณแม่ชาวญี่ปุ่น ทำกับข้าวให้ลูกๆ ทาน และคิดว่า ลูกๆ คงได้รับรู้ถึงความอร่อยนี้ และก็เลยอยากจะแชร์ความอร่อยนี้ให้ทุกคนได้ลองทานด้วย จึงเปิดเป็นร้านข้าวหมูทอดเล็กๆ ขึ้นมา โดยที่คุณแม่ ก็เป็นผู้ลงมือทำเหมือนกับว่าทำให้ลูกๆ ทานที่บ้าน ลูกค้าที่มาได้ลองชิมรู้สึกได้ถึงความอร่อย จนทำให้กิจการรุ่งเรืองขายดิบขายดี จนเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน

หลายๆคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่น และเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยครั้ง คงจะรู้จักร้านทงคัตสึที่ชื่อว่า ไมเซน Maisen กันพอสมควร ทงคัตสึไมเซน คือ ร้านอาหารประเภททงคัตสึ หรือ หมูชุบแป้งทอด ที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 50 ปี ได้ชื่อว่าเป็นร้านทงคัตสึที่อร่อยที่สุดแห่งหนึ่ง ในญี่ปุ่นได้รับความนิยมจากคนญี่ปุี่ปุ่นทั่วประเทศ โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทงคัตสึที่อร่อย..นุ่ม จนใช้ตะเกียบตัดได้”

 ซึ่งมีจุดเด่น 3 ประการที่สามารถมัดใจผู้บริโภค คือ

1. ทงคัตสึของไมเซน Maisen เสิร์ฟเนื้อหมูดำคุณภาพเลิศที่คัดสรรมาอย่างดี ที่เรารู้จักกันดีว่า “หมูคุโรบุตะ (Kurobuta)” ซึ่งมีรสชาติอร่อย และได้นำมาใช้ในร้านตั้งแต่สมัยแรกๆ จวบจนปัจจุบัน

2. เกล็ดขนมปังที่ฟูราวกับดอกไม้บาน และ

3. ซอสสูตรลับเฉพาะ ซึ่งเป็นความอร่อยของสามรสชาติในหนึ่งเดียว

ทงคัตสึไมเซน ถือเป็นร้านอาหารแรกๆในวงการอาหารญี่ปุ่นซึ่งมีขายอาหารปรุงสำเร็จ (อาหารชุดที่ซื้อในห้าง) ปัจจุบันมีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ และสนามบินกว่า 50 แห่ง มีร้านค้าบริการจัดส่ง และมีการจำหน่ายสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำกว่า 170 แห่ง

ปี 2555 เป็นปีแห่งการครบรอบ 48 ปีและ เป็นปีแห่งความภูมิใจ ของทงคัตสึไมเซน ในการเริ่มต้นขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ โดยตัดสินใจร่วมมือกับ S&P ในการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ไมเซนในประเทศไทย เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีปรัชญาทางธุรกิจที่สอดคล้องกันในเรื่อง “การดูแลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด” และความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทเป็นสิ่งที่สนับสนุนกันและกัน เพื่อสร้างความสำเร็จทางธุรกิจได้ โดยไมเซนมีความเป็นมืออาชีพในการดำเนินธุรกิจร้านอาหารทงคัตสึ และ S&P มีความเป็นมืออาชีพด้านการบริหารธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย


ร้านทงคัตสึไมเซน ร้านแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น B ซึ่งออกแบบการสร้างโดยกลุ่มบริษัทในเครือ Suntory Holding Limited จากญี่ปุี่ปุ่น โดยมีร้านทงคัตสึไมเซน สาขาฮิคาริเอะ เป็นต้นแบบ รูปแบบการให้บริการของร้านทงคัตสึไมเซน เป็นการเสิร์ฟและเป็นชุดอาหาร โดยมื้อเย็นบริการเติมข้าว ซุปมิโซะ กะหล่ำปลี และน้ำชาเขียวฟรี สำหรับมื้อกลางวันนำเสนอ Lunch set ซึ่งเป็นชุดอาหารขนาดพอเหมาะกับมื้อกลางวันในราคาที่ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานเป็นร้านประจำได้

เริ่มเปิดดำเนินการแล้ว (เริ่มเปิดให้บริการวันแรก วันที่่ 1 พฤศจิกายน 2555)
ตั้งอยู่ที่ อาคารสีลม คอมเพล็กซ์ ชั้น B
โดยเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 น.
ติดต่อสอบถาม โทร. 02 231 3121
หรือติดตามที่ facebook page : www.facebook.com/MaisenThailand


บรรยากาศร้านในเมืองไทย ที่เอารูปแบบมาจากร้านทงคัตสึไมเซน สาขาฮิคาริเอะ


Credit: http://www.iurban.in.th/

Saturday, July 28, 2012

โปรโมทชั่น ชาบูชิ บุฟฟ่ต์ (Shabu Shi Buffet Promotions)

มาแล้ว โปรโมทชั่นพิเศษจาก ชาบูชิ บุฟฟ่ต์ กับโปรโมทชั่น...
"ส่วนลด...คนพิเศษ เพียง 269 บาท จากปกติ 319 บาท"

ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์ ในราคาพิเศษเพียง 269 บาท/ท่าน (ปกติ 319 บาท) เฉพาะสาขา ซีคอนสแควร์ ชั้น G และ ชั้น 4 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 11:00 - 18:00 น.

**เพียงปริ้นท์คูปองนี้มาแสดงเพื่อรับสิทธิ์**

ตั้งแต่วันนี้ - 31 ส.ค. 55
(คูปองไม่สามารถใช้ได้ในวันที่ 2-3 ส.ค. และ 12-13 ส.ค. 55)

......................................................................................................................................................

ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์ เอาใจแฟนๆ พิเศษ! กับโปรโมชั่น "มา 5 จ่าย 4"

(ใช้ได้เลย ไม่ต้องมีคูปอง)

ที่สาขา...

- สาขา พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3
- สาขา ซีคอนสแควร์ ชั้น G และ ชั้น 4

ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ช่วงเวลา 11:00 - 18:00น.
ตั้งแต่วันนี้ - 31 ส.ค. 55

(ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 2-3 ส.ค. และ 13 ส.ค. 55)




เงื่อนไข
- เฉพาะราคาผู้ใหญ่ปกติ ยกเว้นราคาเด็ก
- เฉพาะค่าอาหาร ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสินค้าฝากขาย
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรสมาชิกในเครือโออิชิ กรุ๊ป ทุกประเภทได้
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับคูปองส่วนลดและรายการส่งเสริมการขายอื่นได้

......................................................................................................................................................

Call Center : 1773
www.shabushibuffet.com

Tuesday, July 24, 2012

อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Ichitan Izakaya Buffet)


เชิญมาเปิดประสบการณ์ไนท์ไลฟ์ และเต็มอิ่มความอร่อยที่ อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Ichitan Izakaya Buffet) Arena10 (ทองหล่อ ซอย 10) จันทร์–อาทิตย์์ เวลา 11.00 – 14.00 น. และ 17.00-24.00 น. กับโปรโมชั่นแรงๆ สุดฮิป เอาใจคนรักบุฟเฟ่ต์ กับ อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Ichitan Izakaya Buffet) ...


++ โปรโมชั่น... มา 4 จ่าย 3 ++

Ichitan Buffet จัดโปรโมชั่น "มา 4 จ่าย 3" ที่สาขาทองหล่อ เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่วันนี้ - 30 ส.ค. 55
** ราคาปกติ 499 บาท net/ท่าน **

สารองที่นั่งได้ที โทร. 02-392-8982 / 081-9327311


......................................................................................................................................................

อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Ichitan Izakaya Buffet)

คำว่า "อิซากายะ" (Izakaya) มาจากคำว่า Sakaya แปลว่า "ร้านสาเก"
สาเก เป็นเครื่องดื่มเพิ่มรสชาติอาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวญี่ปุ่น บางครั้งมักเรียกว่า "Akachochin" ที่หมายถึง "โคมสีแดง" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของร้านอาหารประเภทนี้



เป็นที่รู้กันดีว่าร้านประเภท "อิซากายะ" ให้บริการอาหารประเภทปิ้งย่าง อาหารทานเล่นแกล้มเบียร์สไตล์ญี่ปุน เช่น ยากิโทริ (ไก่ ย่างเสียบไม้) , คาราเกะ(ไก่ทอดกรอบขนาดไบท์ไซส์) , ซาชิมิ (ปลาดิบ) หรือนาเบะ (หม้อไฟ)ในสไตล์บุฟเฟต์ให้บริการได้ไม่ จำกัด วัฒนธรรมการกินดื่มหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นมักรีแลกซ์ยามเย็นหลังเลิกงาน ปรับโหมดการทางานที่ยุ่งเหยิงทั้งวันมาแฮงก์เอ้าท์ กับร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศสบายไม่เป็นทางการสักแห่งร้านอาหารประเภท "อิซากายะ" (Izakaya) จึงพบได้มากมายตามเมืองใหญ่ ในประเทศญี่ปุ่น 

"อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์" แห่ง Arena 10 คอมมูนิตี้สเปซ สุดฮิตใจกลางทองหล่อ ได้สร้างบรรยากาศร้านสไตล์ต้นตารับ ด้วยเฟอร์นิ เจอร์ไม้เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง ภายใต้คอนเซ็ปท์ "The Most Cheerful Restaurant in Bangkok" เสน่ห์ความ สุข สนุก คึกคักที่สุดใจกลางเมืองเป็นสีสันแหล่งแฮงก์เอ้าท์ยามค่าคืนแห่งใหม่ พร้อมหัวหน้าเชฟบินตรงจากญี่ปุ่นมาครีเอทเมนูแสน อร่อยกว่า 150 เมนูให้เลือกทานได้ในสไตล์บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นไม่จำกัดอิ่มอร่อยเต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงเต็มในราคาเพียงท่านละ 499 บาท (Net)

อิชิตัน อิซากายะ บุฟเฟ่ต์ (Ichitan Izakaya Buffet) มีด้วยกัน 2 สาขา คือ 

1. สาขา ทองหล่อ ซอย 10 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 14.00 น. และ 17.00-24.00 น.สำรองที่นั่ง โทร. 02-392-8982 / 081-9327311

2. สาขา ลพบุรี เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.สำรองที่นั่ง โทร. 036-770-582 / 081-849-4915


Credit: www.ichitangroup.com



Wednesday, July 11, 2012

เทศกาลกุ้งเผา ที่โออิชิ บุฟเฟต์ (Oishi Buffet) + คูปองพิเศษ!

นักชิมทั้งหลายไม่ควรพลาด! ขอเชิญมาพบกับขบวนกุ้งคัดพิเศษที่ โออิชิ บุฟเฟ่ต์ กุ้งสดๆ เนื้อแน่นๆ อร่อยเต็มๆ มาเผาบนเตาย่างร้อนๆ หอมอร่อย เสริฟ์พร้อมน้ำจิ้ม รสจัดจ้าน สูตรเฉพาะของโออิชิ ... เริ่ม 1 ก.ค. – 10 ส.ค.55 นี้

โออิชิ บุฟเฟ่ต์ ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น แนะนำความอร่อย...คุ้ม! ยกขบวนกุ้ง เกรดพิเศษ ผ่านกระบวนการเผาไฟจนกลายเป็นความอร่อยยอดเยี่ยมแบบฉบับ กุ้งเผา เนื้อแน่น หวานกรุบ นำเสิร์ฟร้อนๆ คู่น้ำจิ้มรสชาติเด็ด...เผ็ดนำเปรี้ยวตาม! อย่างไม่อั้น พร้อมอาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ทาโกะยากิ เทปปันยากิ ฯลฯ และอาหารนานาชาติร่วมร้อยรายการ ณ โออิชิ บุฟเฟ่ต์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ - 10 สิงหาคม 2555 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โออิชิ คอลล์ เซ็นเตอร์ 0-2712-3456 หรือ 1773

พบความอร่อยได้ที่ โออิชิบุฟเฟต์ สาขา..

- พหลโยธิน
- สาทร นราธิวาส ตัดใหม่
- ซีคอนสแควร์ ชั้น 4
- เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์
- ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
- เมเจอร์ปิ่นเกล้า
- ไอทีสแควร์ หลักสี่
- เมเจอร์รัชโยธิน
- แฟชั่นไอส์แลนด์
- เซ็นทรัลพระราม 9
- ฟิฟตี้ ฟิฟ ทองหล่อ ซอย 2
- เพียวเพลส สัมมากร สุขาภิบาล 3
- เซ็นทรัลแอร์พอตเชียงใหม่
- อเวนิว พัทยา สาย 2
- ยูดีทาวน์อุดรธานี
- อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ ภูเก็ต



......................................................................................................................................................

คูปองมา Special for you : Oishi Buffet @Bangkok 

Special for You
คูปองโออิชิ บุฟเฟ่ต์ ราคาพิเศษเฉพาะคุณ

399 บาท/ท่าน/สุทธิ (ปกติ 479 บาท)
เฉพาะที่ สาขาพหลโยธิน เยื้องแดนเนรมิตเดิม
ตั้งแต่วันนี้ - 10 ส.ค. 55


เงื่อนไข
- กรุณาแสดงคูปองก่อนชำระเงิน
- คูปอง 1 ใบต่อการใช้สิทธิ์ 1 ท่าน
- เฉพาะค่าอาหาร ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสินค้าฝากขาย
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับคูปองส่วนลดอื่นและรายการส่งเสริมการขายอื่นได้
- ใช้ได้เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ระยะเวลาการใช้คูปอง 23 ก.ค. - 10 ส.ค. 55

......................................................................................................................................................

และช่วงนี้พิเศษสุดกับโปรโมชั่น...

คูปองมา 4 จ่าย 3 : Oishi Buffet @Bangkok

โปรโมชั่นสุดพิเศษ!!! สำหรับแฟน OISHI Buffet

เพียงปริ้นต์ คูปอง “ มา 4 จ่าย 3 ” สำหรับ OISHI Buffet เฉพาะสาขาซีคอน,ทองหล่อ, เพียวเพลส, รัชโยธิน ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฏาคม 55

เงื่อนไขการใช้สิทธิ์

- คูปอง 1 ใบ ต่อ 1 คน เฉพาะราคาผู้ใหญ่ปกติ (ไม่นับรวมราคาเด็ก)
- กรุณาแสดงคูปองก่อนชำระเงิน สามารถพิมพ์เป็นสีหรือขาวดำ ก็ได้
- สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และ วันหยุดชดเชย
- ไม่สามารถแลกหรือเปลี่ยนเป็นเงินสด
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับบัตรสมาชิก บัตรแทนเงินสด หรือรายการส่งเสริมการขายอื่น
- บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

  ......................................................................................................................................................


คูปองมา 4 จ่าย 3 : Oishi Buffet @Pattaya

เพียงปริ้นท์คูปองนี้ รับสิทธิ์มา 4 จ่าย 3 ที่โออิชิ บุฟเฟ่ต์ เฉพาะสาขา ดิ อเวนิว พัทยา สาย 2 ... ตั้งแต่วันนี้ - 31 ก.ค. 55
เงื่อนไข
- โปรดแสดงคูปองก่อนใช้สิทธิ์
- คูปอง 1 ใบต่อ 1 ท่าน (เฉพาะราคาผู้ใหญ่ปกติ ไม่นับรวมราคาเด็ก)
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดบัตรกำนัลเงินสดโออิชิกรุ๊ปทุกประเภทได้
- ใช้เป็นส่วนลดได้วันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดชดเชย
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call center 1773
www.oishigroup.com


ที่มา
www.facebook.com/oishifoodstation

Sunday, July 1, 2012

JAPANESE NEWS UPDATE ข่าว ความรู้ บทความ เกี่ยวกับญี่ปุ่น

สถานทูตญี่ปุ่น ออกวีซ่าแบบ Multiple ให้กับนักท่องเที่ยว

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายที่จะออกวีซ่าแบบ Multiple ให้กับนักท่องเที่ยว นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะมีการออกวีซ่าแบบ Multiple นี้ โดยจะออกให้กับบุคคลสัญชาติไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น และมีจุดประสงค์ที่จะไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และอื่นๆ โดยเป็นผู้ที่เคยได้รับวีซ่า และเคยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นภายในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา หรือผู้ที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง

ดูรายละเอียดได้ที่นี่: www.th.emb-japan.go.jp/
......................................................................................................................................................

Monday, February 6, 2012

ความเป็นมาของชาเขียวญี่ปุ่น (History of Japanese Green tea)

ในช่วงฤดูกาลของอากาศที่หนาวเย็นในช่วงนี้หากได้ดื่มชาเขียวร้อนๆ ซักถ้วยก็คงจะชื่นใจไม่น้อย ไม่เพียงแต่ประเทศญี่ปุ่นที่นิยมดื่มชาเขียวเท่านั้น ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็หันมานิยมดื่มชาเขียวกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย ในประเทศไทยก็เหมือนกันการดื่มชาเขียว หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาเขียวก็ได้รับการตอบรับที่ดีด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว ที่ประเทศจีนเค้าดื่มชาเขียวกันเพราะพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ และที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น

มาทราบความเป็นมาคร่าวๆ ของต้นกำเนิดชาเขียวในประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่า ญี่ปุ่นเรียกชาเขียวว่า เรียวคุชะ (Ryokucha , 緑茶) เท้าความถึงการการค้นพบชา ในประเทศจีนก่อน โดยเริ่มต้นที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เมื่อสมัยยุคเริ่มต้นของอารยธรรมมนุษย์ ประมาณห้าพันปีมาแล้ว ค้นพบโดยจักรพรรดิในตำนานของจีน เสินหนงสื่อ ผู้ที่ไดัรบสมญานามว่า เทพเจ้าของชาวนา และยังเป็นผู้ที่ชอบค้นคว้ายาสมุนไพรต่างๆ อีกด้วย ด้วยความที่เป็นคนชอบดื่มน้ำต้มสุกอยู่เป็นประจำ มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ เสินหนงสื่อ กำลังนั่งเล่นอยู่แถวต้นชาในป่าเขา และกำลังต้มน้ำอยู่ ลมได้พัดใบชาร่วงหล่นลงมาในน้ำที่กำลังเดือดได้ที่ เมื่อเค้าลองดื่มดูก็เกิดความรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก และแล้วการดื่มชาในประทศจีนก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

และการเข้ามาของชาในประเทศญี่ปุ่นนั้น เริ่มในสมัยตอนต้นยุคเฮอัน ในสมัยนั้นจีนและญี่ปุ่นเริ่มมีการติดต่อทางด้านศาสนาพุทธและวัฒนธรรมกันบ้างแล้ว นักบวชญี่ปุ่นได้เดินทางไปเป็นทูตเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากประเทศจีนรวมทั้งการศึกษาตัวยาสมุนไพรจากจีนอีกด้วย เพราะฉะนั้น ชา จึงเข้ามาครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นโดยพระสงฆ์นั่นเอง เริ่มจากนักบวช Eichu จากวัด Bonshakuji จังหวัดไอจิ ได้นำชาอัดแข็ง (ต้องฝนกันหินก่อนแล้วใส่น้ำร้อนถึงจะดื่มได้ ) และเมล็ดชาจำนวนไม่มาก เข้ามาที่ญี่ปุ่นก่อน เมื่อจักรพรรดิ Saga ได้เข้ามาเยี่ยมพระ Eichu ที่วัด พระ Eichu จึงชงชาใส่ถ้วยนำมาถวาย เมื่อองค์จักรพรรดิได้ดื่มชาก็เกิดความประทับใจในรสชาติ จึงสั่งให้นำเมล็ดชาไปปลูกที่สวนสมุนไพรในบริเวณราชวัง ชาได้แพร่หลายในแถบภูมิภาคคินคิ เกียวโต แต่ความนิยมยังอยู่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น

ต่อมาในช่วงตอนต้น ยุคคามาคุระ นักบวช Eisai ผู้ก่อตั้งนิกาย Rinzai หนึ่งในพุทธศาสนาเซน ได้นำเมล็ดชามาจากจีนเป็นจำนวนมากพร้อมกับกรรมวิธีการผลิตชากลับมาด้วย นั่นก็คือการดื่มชาในสไตล์ Matcha นั่นเอง นักบวช Eisai ได้ส่งเสริมการเพาะปลูกชาเพื่อใช้เป็นสมุนไพรให้แพร่หลายมากขึ้น และ มีประโยคหนึ่งในหนังสือที่เค้าเขียนไว้ว่า “ชาเป็นพื้นฐานทางจิตใจและเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ดีที่สุด ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็มและมีความสมบูรณ์มากขึ้น” เริ่มมีการค้นคว้าสรรพคุณของชา ที่ช่วยดับกระหายได้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และช่วยล้างพิษด้วยการขับสารพิษออกทางปัสสาวะอีกด้วย สมัยนั้นนักบวช Eisai ได้แนะนำให้โชกุน มินาโมโตะ ซาเนะโมโตะ ที่ทนทุกข์ทรมานจากการดื่มสุราอย่างหนัก ได้ลองดื่มชาและอาการของโชกุนก็หายไปในที่สุด ต่อมา นักบวช Eisai ก็ได้เดินทางเพื่อออกเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับชาไปทั่วญี่ปุ่น จากนั้นชาจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งพิธีกรรมบางอย่างและใช้เพื่อการรักษาโรค และยังเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มเพื่อสุขภาพกันมากขึ้นอีกด้วย

ต่อมาในสมัยยุคมุโระมาจิ เริ่มมีพิธีชงชาในแบบฉบับดั้งเดิมของญี่ปุ่นแล้ว เรียกว่า Chanoyu และในยุคนี้การชงชานั้นเริ่มมีการผสมผสานทางด้านความคิดจิตวิญญาณ การสร้างสรรค์ศิลปะในแบบธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว และเริ่มมีการลงรายละเอียดในภาชนะที่ใช้ในพิธีชงชา รวมไปถึงการเสิร์ฟชาเขียวในร้านอาหารอีกด้วย การดื่มชายังเป็นที่นิยมในงานพบปะสังสรรค์ของชนชั้นนักรบมากขึ้น แต่เป็นการดื่มชาเพื่อเล่นเกมส์ทายปัญหาต่างๆ เพื่อชิงรางวัลเป็นเหล้าสาเก และมีการร้องเล่นเต้นรำไปด้วย ต่อมานักบวชเซน Shuko Murata ไม่เห็นด้วยกับการดื่มชาเพื่อความสนุกสนานเช่นนั้น เขาคิดว่า โลกแห่งความเรียบง่ายของเซนนั้นมีแนวคิดแตกต่างออกไปในการดื่มชา การดื่มชาด้วยความเรียบง่ายและมีสมาธิในแบบของเซนจะช่วยให้จิตใจสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ นักบวชจึงออกแบบห้องพิธีชงชาขนาดเล็ก เพื่อใช้สนับสนุนการชงชาตามอุดมคติของนักบวช Eisai และในขณะที่ชงชานั้นก็ได้ผสมผสานจิตวิญญาณของพุทธศาสนานิกายเซนไปด้วย

และผู้ที่วางแผนและให้กำเนิดประเพณีการชงชาในแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริงก็คือ Sen Rikyu เขาได้เป็นประธานพิธีชงชาหลายต่อหลายงานที่ใช้งบในพิธีอย่างฟุ่มเฟือยในสมัยโชกุน โนะบุนะงะ โอดะ และสืบต่อมาในสมัยโชกุน โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ในสมัยนี้ชาเริ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวคิดในด้านศิลปะหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ การออกแบบสวนญี่ปุ่น และอาหารญี่ปุ่น

ต่อมาในสมัยยุคเอโดะ พิธีชงชาและการดื่มชาเริ่มมีการขยายวงกว้างลงมาถึงชนชั้นล่างมากขึ้น แต่กระนั้นเมื่อถึงการเก็บเกี่ยวชาที่ดีที่สุดในช่วงแรกของปีก็ต้องส่งมอบให้กับชนชั้นซามูไรก่อน ส่วนชาที่ชาวบ้านดื่มกันจะเป็นชาที่เก็บเกี่ยวในครั้งต่อมาคุณภาพก็จะด้อยลงมา

ต่อมาในสมัยยุคเมจิ การผลิตชามีมากขึ้น มีหนังสือเทคนิคต่างๆ ออกมาอย่างแพร่หลาย เริ่มมีเครื่องจักรเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต และเริ่มมีการส่งออกชาไปยังต่างประเทศแล้ว และปริมาณการส่งออกยังเป็นที่สองรองจากประเทศจีนอีกด้วย แม้การส่งออกจะกระท่อนกระแท่นไปบ้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะตอนนั้นชาดำเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศ และไม่นานในศตวรรษที่ 20 ชาเขียวก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งประเทศญี่ปุ่นและแพร่หลายออกมาทั่วโลกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

......................................................................................................................................................

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับชาเล็กๆ น้อยๆ ชาเขียว ชาอูหลง และชาดำ แตกต่างกันอย่างไร ?

- ชาเขียว หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วจะนำใบชามาอบไอน้ำด้วยอุณหภูมิสูงทันที เพื่อทำให้ใบชาแห้ง ใบชาที่ได้จากการอบจะยังคงมีสีเขียวและคงคุณค่าสารอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเหตุนี้ ชาเขียว จึงเป็นที่นิยมมากในการดื่มเพื่อสุขภาพเพื่อช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งและล้างสารพิษในร่างกายได้อีกด้วย

- ชาอูหลง หลังเก็บเกี่ยวจะนำใบชามาตากแดดจนเป็นสีน้ำตาล ทำให้ใบชาเกิดกระบวนการหมักตัวทำให้มีรสชาติและกลิ่นหอมเข้มข้น เป็นชาที่ไม่มีรสชาติและไม่มีน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

- ชาดำ หลังเก็บเกี่ยวจะนำใบชามาไปบดด้วยลูกกลิ้งก่อน อบด้วยไอน้ำหรือเป่าด้วยความร้อน และนำไปตากแดดจนเป็นสีดำ นำมาบดหรือหั่นก็ได้ การดื่มชาดำยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ด้วย

......................................................................................................................................................


credit: http://www.marumura.com/food/?id=2298

Wednesday, December 28, 2011

8 สิ่งที่คนญี่ปุ่นนึกถึงช่วงวันปีใหม่ (Things to see during New year in Japan)

เรื่องโดย : The 8th Ronin

あけましておめでとうございます!(Akemashite omedetou gozaimasu)
ก่อนที่จะกล่าวประโยคข้างบน ซึ่งแปลว่า "สวัสดีปีใหม่" ได้เต็มปากเต็มคำ รู้หรือเปล่าว่าพอถึงปีใหม่คนญี่ปุ่นเขานึกถึงอะไรกันบ้าง อ๊ะ! ขอแบบเป็นงานเป็นการกันหน่อยนะ ประมาณว่า...ควงแฟนไปสวีทบนหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ อันนั้นเอาเก็บไว้คุยกันรอบหน้า^^

ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (ประมาณกลางเดือนธ.ค. ถึงกลางเดือนมกราคม) เราจะได้เห็นสิ่งของที่ไม่ค่อยชินตาคนไทยส่วนใหญ่หลายอย่าง รวมถึงกิจกรรมอีกหลายรูปแบบที่คนญี่ปุ่นจะทำกันในช่วงนี้ ขอเสนอ 8 สิ่งที่เราจะเห็นในญี่ปุ่นช่วงปีใหม่

The New Year is the most important annual festival in Japan. It is ususlly celebrated between 1st and 7th January. During this period, numerous traditional customs are observed and delightful events are held. Below are some of the scenes that are seen during the period all over Japan. Have you seen any of them? How many do you know? If you know all of them, then you can be called a "Japan expert".

1. อย่างแรกเป็นของประดับบ้านช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่นเรียกว่า Kadomatsu (門松)

Kadomatsu ทำจากไม้ไผ่และกิ่งสน อาจจะเพิ่มเติมสิ่งของมงคลอย่างอื่นไปบ้างแล้วแต่รสนิยมของแต่ละท้องถิ่น แต่โคโดมัตสึจะถูกจัดวางไว้สองฟากฝั่งประตู บริเวณทางเข้าบ้าน หรืออาคารสำนักงาน เพื่อต้อนรับเทพเจ้าแห่งวันปีใหม่ที่จะนำความสุขและความโชคดีลงมาสู่โลกมนุษย์ในปีใหม่

Kadomatsu is a pair of columns made of bamboo and pine branches placed at both sides of the gate for the New Year. They are so placed as a mark through which the god of the year comes down into this world with luck and good health.

2. ของแต่งบ้านช่วงปีใหม่นั้นก็มีอีกอย่าง เรียกว่า Kagamimochi (鏡餅)

Kagamimochi เป็นของแต่งบ้านปีใหม่ ที่ทำออกมาเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งวันปีใหม่ โดยจะจัดวางไว้ที่ Tokonoma ซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้าน Kagamimochi นั้นจะมีโมจิกลมๆ สองลูกวางซ้อนกันอยู่ (ตัวแทนพระจันทร์กับพระอาทิตย์) เมื่อพ้นช่วงปีใหม่ไป ประมาณวันที่ 11 มกราคม โมจิทั้งสองลูกก็จะถูกกินเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับคนในบ้าน

Kagamimochi is a layer of two round-shaped rice cakes, symbolizin the moon and the sun each, made as an offering to the god of the year. They are placed at the household altar or the Tokonoma (an alcove), a highly respected place in a Japanese house. They are belived to give power and are eaten after being romoved on 11th January.
3. อย่างต่อมา นักช้อปทั้งหลายคงจะชอบ เรียกว่า Fukubukuro (福袋)หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Lucky Bags (ถุงนำโชค) นั่นเอง

Fukubukuro ส่วนใหญ่จะรวมสินค้าหลายๆ อย่างไว้ภายใน ผู้ซื้อจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรอยู่บ้าง แต่มูลค่าของสินค้ามักจะมากกว่าราคาที่จ่ายไป 2 - 3 เท่า (จากราคาขายปลีก) ปกติก็จะมีการจำหน่ายเจ้าถุงนำโชคนี่กันในวันที่ 2 หรือ 3 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ห้างร้านต่างๆ เปิดเป็นวันแรกของปี ซึ่งก็ดีเพราะลูกค้าจะได้มีโอกาสลุ้น "โชคดี" ของตัวเองรับปีใหม่กันด้วย

Fukubukuro, literally means "lucky bag", are grab bags usually sold on 2nd or 3rd January when department stores or shops open for the first time in the New Year. The contents are random and unknow but have items twice or even three times the value of the retail price. A lot of Japanese buy them to get "luck"!

4. อย่างที่สี่ เข้าสู่หมวดของกินกันแล้ว เรียกว่า Osechi-ryori (お節料理)

อาหารปีใหม่ของชาวญี่ปุ่น เพื่อนำโชคดีและสุขภาพแข็งแรงมาให้ในปีใหม่ แต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นก็จะมีสไตล์เป็นของตัวเอง ส่วนประกอบของอาหารแต่ละอย่างก็จะมีความหมายดีๆ พิเศษๆ ทั้งนั้น ซึ่งอาหารจะถูกจัดวางอย่างสวยงามภายในกล่องอาหาร อาจจะเป็นกล่องใหญ่ชั้นเดียว หรือขนาดย่อมๆ หน่อยแต่หลายชั้นก็ได้ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวรวมถึงแขกที่มาอวยพรปีใหม่ได้รับประทานร่วมกัน

Osechi-ryori is special foods eaten with a wish for luck and good health for the year. Each region and family gas its own style and contents but each ingredient has its own good meanings. All items are put beautifully in a multi-tiered box and are served not only family members but also guests coming for New Year's greetings.

Zoni soup5. อย่างที่ห้า ยังคงเป็นอาหารมงคลช่วงปีใหม่ เรียกว่า Zoni (雑煮)

Zoni เป็นซุปโมจิใส่เนื้อไก่ ปลาและผักต่างๆ ส่วนประกอบและรสชาติก็จะต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ (แต่แอบส่วนตัวนิ๊ดนึง ก็ถ้าเป็นอาหารมงคลช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่น จะชอบกินเส้นโซบะปีใหม่ที่เรียกว่า โทชิโคชิโซบะ (Toshikoshi soba 年越し蕎麦) มากกว่า มีความหมายดีเหมือนกัน ประมาณว่าเจริญรุ่งเรืองและอายุยืนยาวนาน เรื่องของเรื่องก็คือเราว่ามันกินง่ายกว่าซุปโมจิอ่ะ^^)

Zoni is a rice cale soup prepared with chicken, fish and vegetables. There are tremendous variations according to regions. Generally speaking, however, Zoni with square-shaped rice cake in clear soup is preferred in eastern Japan, while Zoni with round-shaped rice cakes in Miso soup iseaten in western Japan.

6. อย่างต่อไป มารู้จักกับ ส.ค.ส ฉบับญี่ปุ่นกันบ้าง เรียกว่า Nengajo (年賀状)

อันที่จริง Nengajo ก็เป็นการ์ดธรรมดาๆ ที่ส่งไปอวยพรปีใหม่ให้กับญาติพี่น้อง เพื่อน และเจ้านายนั่นแหล่ะ ชาวญี่ปุ่นจะส่งการ์ดนี้กันก่อนสิ้นเดือนธันวาคม แต่จุดเด่นของ Nengajo ก็คือทางไปรษณีย์เขาจะรีบจัดส่งให้ถือมือผู้รับทั้งหมดในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งคงจะทำให้ผู้รับมีความสุขกับคำอวยพรปีใหม่กันมากทีเดียว แถมบน Nengajo แต่ละใบก็จะมีตัวเลขกำกับอยู่ด้วย ใครโชคดีอาจจะถูกรางวัลพิเศษได้โชคใหญ่รับปีใหม่เลยก็ได้ (ส.ค.ส. แบบนี้อยากได้กันใช่มั้ยล่ะ)

Nengajo is a card exchanged among relatives, friends and bosses as greetings for the New Year. People post them by the end of December so that they arrive at the destination on 1st January.
7. อย่างที่เจ็ดนี้ เด็กๆ จะชอบกันมาก เรียกว่า Otoshidama (お年玉)

Otoshidama ก็คือเงินปีใหม่ ประมาณอั่งเปาของชาวจีน เด็กๆ จะได้รับจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือลุงป้าน้าอา เป็นเงินรางวัลที่ปีที่แล้วเป็นเด็กดี และหวังว่าปีใหม่จะทำตัวเป็นเด็กดียิ่งๆ ขึ้นไป อารมณ์ก็จะประมาณนั้น...

Otoshidama is a New Year's money gift givento children by their parents, grandparents and relatives. This is originally concerned with the custom of giving Kagamimochi out tu children, hoping that they can attain power for the year.

8. อย่างสุดท้ายนี้ ใครๆ ก็ทำกันช่วงปีใหม่ นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็ไม่พลาด นั่นคือ Hatsumode (初詣)

Hatsumode ก็คือการไปวัดหรือศาลเจ้าเพื่อขอพรปีใหม่นั่นเอง ใครอยากให้ปีใหม่เป็นปีที่ดี มีโชค มีลาภ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จะขออะไรก็จัดหนักกันไปตั้งแต่วันปีใหม่เลย ซึ่งศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นนิยมไปขอพรปีใหม่กันมาก ก็เห็นจะเป็นศาลเจ้าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu) รวมถึงศาลเจ้าอิซุโมะ (Izumo Taisha) และศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)

Hatsumode is a New Year's visit to a shrine or temple. Pepple do this to pray for luck and good health for the year. Some shrines such as Ise Jingu, Izumo Taisha and Meiji Jingu are packed with visitors during the new year.


เห็นได้ชัดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คนญี่ปุ่นเชื่อว่า ถ้าทำแล้วจะปัดเป่าโชคร้าย นำสิ่งดีๆ และความสุขมาให้ทีนี้ ถ้าได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ เราก็จะ enjoy กับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่เต็มอารมณ์แล้วละนะ ขอให้ あけましておめでとうございます! กันถ้วนหน้าจ้ะ



credit:
http://campus.sanook.com/
http://yokosoen001.clublog.jp/

Wednesday, December 21, 2011

โซเมน - SOMEN (そうめん)

บะหมี่ญี่ปุ่นใช่ว่าจะมีแต่เส้นเหนียวนุ่มกับน้ำซุปร้อนๆ ที่นอกจากอร่อยแล้วยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ด้วย ความหลาก หลายของบะหมี่ญี่ปุ่นนั้นมากมายกว่าที่คิดนะ และตอนนี้กำลังจะเข้าช่วงซัมเมอร์แล้ว อากาศที่ญี่ปุ่นเวลาฤดูร้อนก็ร้อนมากเชียวล่ะ เพราะฉะนั้นบะหมี่ที่นิยมทานกันในช่วงซัมเมอร์ก็มีเหมือนกัน เรียกว่า โซเมน หรือ หมี่เย็น หน้าตาเป็นยังไงมาดูกันดีกว่า

โซเมน - SOMEN (そうめん) มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมากพอสมควร เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิ์องค์ที่สิบของญี่ปุ่น และมีการคิดค้นบะหมี่ต้นตำรับของชาวญี่ปุ่นออกมา ก็คือโซเมนเนี่ยแหละ โดยยุคแรกๆ นั้นเริ่มมาจาก มิวะโซเมน แถบมิวะ ในจังหวัดนารา และขยายผลไปทั่วญี่ปุ่น จึงมีการผลิตเส้นโซเมนในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เส้นโซเมนจะคล้ายกับขนมจีนบ้านเรา เส้นสีขาวนวล ขนาดบางสุดก็ 1.3 มิลลิเมตร จะเล็กกว่าบะหมี่อย่างอื่นทั้งหมด

มาดูวิธีการผลิตโซเมนจากมิวะ ที่พิถีพิถันมากในการผลิตเส้นโซเมนออกมา โซเมนทำจากข้าวสาลี น้ำบริสุทธิ์ และอุณหภูมิการตากแผ่เส้นนั้นต้องไม่ร้อน อากาศพอดีๆ จึงจะได้เส้นที่สมบูรณ์ออกมาจำหน่าย
เส้นโซเมนมีหลากสีมี ชาเขียวโซเมน อิจิโกะโซเมน อุเมะโซเมน สาเกโซเมน อะโกะโซเมน สีสวยน่ากินทั้งนั้นเลย

ขั้นตอนการต้มเส้นโซเมงก่อนนำไปประกอบอาหาร ตั้งน้ำ ใส่เส้น รอให้เดือด ยกเส้นลงมาเทน้ำร้อนออก ยีเส้นไม้ให้ติดกัน ง่ายใช่มั้ยล่ะ เส้นโซเมนสามารถดัดแปลงได้หลายเมนู ส่วนโซเมนที่มาพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ ที่ทานในฤดูหนาวเรียกว่า นิวเมน

โซเมนที่ไหลไปตามไม่ไผ่ ในร้านอาหารเรียกว่า โซเมน นากาชิ การทานอย่างนี้ต้องใช้ความชำนาญในการคีบเส้นขึ้นมาหน่อยนะ เพราะว่าเส้นโซเมนจะถูกไหลมาตามน้ำเย็นตามรางไม้ไผ่ยาวผ่าครึ่ง และมีการกำหนดเวลาในการรับประมานโซเมนจึงจำเป็นจะต้องใช้วิทยายุทธในการหนีบกันละทีนี้ ทานลำบากแต่ท่าทางจะสนุกนะเนี่ย เมื่อคีบได้แล้ว หมี่เย็นต้องทานคู่กับ ซอสทสึยุ หรือซอสหวาน อร่อยเหาะดับร้อนได้อย่างดีเชียวนะ แต่สมัยนี้มีเครื่องหมุนเวียนโซเมนฉบับมินิจำหน่ายแล้ว ลดความกังวลเรื่องเวลาไปได้เยอะเลย ทานกับครอบครัว กลุ่มเพื่อนๆ แล้วพกพาไปไหนมาได้ ดีจริงๆ หรือถ้าหากอยากทำโซเมนเองภายในบ้านแบบสัมผัสกับธรรมชาติหน่อย ก็หาไม้ไผ่ติดตั้งทำเองเลยก็ได้

หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นการกินโซเมงเป็นการกินเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ เช่นงานแต่ง งานพบปะ งานประจำปี เพราะอาหารจากข้าวสาลีให้พลังงานและเป็นสิริมงคลอีกด้วยนี่เป็นความเชื่อดั้งเดิมมาแต่โบราณของญี่ปุ่น ใครจะไปญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนอย่าลืมแวะชิมโซเมง คลายร้อนกันด้วยนะ ถ้ามีซอสทสึยุร้านไหนอร่อยก็มาบอกต่อด้วยนะ...



credit: http://www.marumura.com/food/?id=1151

Tuesday, December 6, 2011

10 อันดับช็อกโกแลตยอดนิยมตลอดกาลในญี่ปุ่น

Top 10 Most Popular chocolate in Japan

อันดับ 10 Almond Chocolate จาก Glico アーモンドチョコレート
เป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายมาตั้งแต่ปี 1958 เป็นขนมที่ทำให้คนญี่ปุ่นได้รู้จักกับความอร่อยของ “อัลมอนด์” กันอย่างแพร่หลาย แล้วก็ได้รับการพัฒนารสชาติ และบรรจุภัณฑ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

อันดับ 9 Meiji Milk Chocolate (明治ミルクチョコレート)
วางขายตั้งแต่ปี 1926 เป็นขนมช็อกโกแลต ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างโกโก้คัดพิเศษกับนม นอกจากรับประทานเป็นขนมทานเล่นแล้ว คนญี่ปุ่นยังนิยมนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำขนมเค้กช็อกโกแลตชนิดต่างๆ อีกด้วย


อันดับ 8 Choco Flake ของ Morinaga (チョコフレーク)
มีวางขายมาตั้งแต่ปี 1967 เป็น Corn Flake เคลือบช็อกโกแลต ที่จะทำให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติหวานหอมของช็อกโกแลตและความกรอบของ Corn Flake ไปพร้อมๆ กัน


อันดับ 7 Choco Ball จาก Morinaga (チョコボール)
วางขายตั้งแต่ปี 1965 เป็นขนมช็อกโกแลตขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร มีไส้ต่าง ๆ เช่น ไส้ถั่ว นม คาราเมล สตอเบอร์รี่ บิสกิต ฯลฯ


อันดับ 6 Apollo Chocolate จาก Meiji アポロチョコレート
วางขายตั้งแต่ปี 1969 มีช็อกโกแลตนมและช็อกโกแลตสตรอเบอร์รี่เป็นส่วนผสมหลัก แต่ถ้าไปแถบ Kansai ก็อาจจะได้ลิ้มลองรสชาเขียวหรือถ้าไปแถบ Hokkaido ก็จะมีรสเมล่อน วางขายเป็นสินค้าพิเศษด้วยส่วนชื่อแล้วก็ดีไซน์ของสินค้านี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจาก ยาน Apollo 11 ของอเมริกานั่นเอง เนื่องจากกระแสข่าวของ Apollo 11 ดังมากในช่วงนั้นพอดี


อันดับ 5 Kinoko No Yama จาก Meiji (きのこの山)
วางขายตั้งแต่ปี 1975 เป็นขนมช็อกโกแลตที่เกิดจากไอเดียของพนักงานในบริษัท Meiji เอง ที่อยากลองกินขนมปัง Cracker กับ Apollo Chocolate ก็เลยเกิดการพัฒนามาเป็น ช็อกโกแลตรูปเห็ดในที่สุด (Kinoko ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “เห็ด”) โดยโคนเห็ดทำจากขนมปังกรอบ Cracker ส่วนหัวเห็ดนั้นเป็นช็อกโกแลตขมที่เคลือบช็อกโกแลตนมอีกที


อันดับ 4 Crunky จาก LOTTE (クランキー)
วางขายตั้งแต่ปี 1974 เป็นขนมที่ทำจากช้อกโกแลตนมบวกกับความกรุบกรอบของเม็ดข้าวพอง



อันดับ 3 Tirol Choco チロルチョコ
วางขายตั้งแต่ปี 1962 ด้วยคอนเซ็ปท์ที่ว่าอยากจะให้เด็กๆ ได้ลิ้มลองรสชาติของช็อกโกแลตแสนอร่อยในราคาย่อมเยา จึงวางขายในราคาชิ้นละ 10 เยน แล้วก็ขายดิบขายดีอย่างรวดเร็ว ต่อมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ราคาขายต้องอยู่ที่ 15 เยน แต่ด้วยความที่อยากจะคงราคาขายไว้ที่ 10 เยน ก็มีการเพิ่มส่วนผสมของ Nougat หรือว่าตังเมเข้าไปเพื่อให้ได้ราคา 10 เยนเหมือนเดิม แล้วก็ได้รสชาติใหม่ๆ ของขนมช็อกโกแลตขึ้นมาด้วย และแล้วในปี 1979 ด้วยวิกฤติกาณ์น้ำมันแพง ทำให้ต้องขาย Tirol Choco ในราคา 30 เยน ทำให้ยอดขายลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ในตอนนั้น Tirol Choco จะมีชิ้นที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อให้ได้ราคา 10 เยนเหมือนเดิมอีกครั้งจึงได้แบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ 3 ชิ้น แล้วก็ขายในราคาชิ้นละ 10 เยนเหมือนเดิมจนได้ฉายาว่า “10 yen Chocolate” เรื่อยมา

ต่อมาเมื่อระบบ Bar Code ถูกนำเข้าไปใช้ในญี่ปุ่น เพื่อให้ฉลากสามารถพิมพ์ Bar Code ได้จึงต้องปรับให้ Tirol Choco มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็เลยขายในราคา 20 เยน แต่ถ้าวางขายตามร้านโชว์ห่วยทั่วไปก็ยังคงมีราคา 10 เยนอยู่ แล้วก็มีขนาดใหญ่พิเศษถือเป็น Premium Size ก็จะมีราคา 30 เยน สรุปแล้วก็คือมี 3 ราคา คือ 10, 20, 30 เยน และมีหลากหลายรสชาติให้เลือก



อันดับ 2 Koeda (小枝) จาก Morinaga

วางขายตั้งแต่ปี 1971 เป็นช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ ที่มีข้าวพอง และอัลมอนด์เคลือบอยู่ถึง 2 ชนิด



อันดับ 1 Takenoko No Sato (たけのこの里) จาก Meiji
วางขายตั้งแต่ปี 1979 เป็นผลิตภัณฑ์ที่วางขายต่อจาก Kinoko No Yama ต่างกันตรงที่ Kinoko No Yama จะใช้ Cracker ส่วน Takenoko No Sato นั้นจะเป็น Cookie (Takenoko ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “หน่อไม้”)



credit: http://www.marumura.com/

Friday, November 18, 2011

ปรับสมดุลย์ร่างกาย ด้วยอาหารญี่ปุ่นตามธาตุเกิด

ว่ากันด้วยเรื่องอาหารการกินทั้งคนไทยและญี่ปุ่น มักจะมีศิลปะเป็นของตัวเองแบบชัดเจน ตามความชอบ ตามภูมิอากาศ ตามประเพณีก็แล้วแต่นะค่ะ แต่ถ้าจะให้เข้ากับตัวเราหรือเหมาะมากที่สุด เพราะบางคนหาอะไรกินไม่เหมือนชาวบ้านเขา เช่นหนาวจะตายยังจะกินไอสครีมอีก ก็คนมันชอบอ่ะ กินแล้วก็ไม่เห็นเป็นไรนิ หรือมาที่เมืองนี้ต้องกินสิ่งนี้ แต่ดันจะกินแต่อาหารเดิมๆ อาหารบ้านเกิดตลอด ก็ได้ถ้าแถวนั้นมีก็ไม่ผิด บางคนโตจะตายอยู่แล้วยังไม่กินผักอีก ก็ต้องปล่อยเขาไป ตามความชอบ เอาเป็นว่าเรื่องของคุณ...

แต่ที่จะบอกน่ะ เป็นลักษณะการกินตามธาตุของเดือนเกิดว่าถ้ากินแบบนี้แล้วจะดีก็คงกินมันอยู่นั่นแหละ แต่จะบอกว่าเอาแค่เฉพาะอาหารญี่ปุ่นแล้วกัน แค่ถ้าไปกินแล้ว..ก็สั่งมากินด้วย จะดีเรื่องสุขภาพ และลักษณะบุคลิกของเรา

ปรับสมดุลย์ร่างกาย ด้วยอาหารญี่ปุ่นตามธาตุเกิด
(Healthy Body Balance with Japanese Food)

เดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน
ธาตุไฟ (ร้อนแรง เร่งรีบ) ออกจะเป็นคนเจ้าอารมย์นิดๆ ทุกอย่างต้องดูดี ครบเครื่อง ประเภท all in one ควรจะกิน ชุดเบนโต เอาแบบครบทุกอย่าง ทั้งซุป เครื่องเคียง ปลาดิบ สลัด แล้วแต่ความชอบเลย แถมสั่งมาทีแทบจะเต็มโต๊ะ ดูดีจริงๆ แต่จริงๆ แล้วที่ญี่ปุ่นมันก็แค่ข้าวกล่อง แต่ที่นี่ไม่ บางทีก็แบ่งปันได้ด้วย ก็มาซะเยอะไปหมด ดูมีน้ำใจขึ้นมาทันที จะเป็นที่ถูกใจคนรอบข้างไปด้วย แล้วที่ยังดีต่อสุขภาพอีกก็คือ ได้รับครบทั้ง 5 หมู่ เพราะธาตุไฟนั้นมักจะเลือกกินอะไรก็ได้ที่มันเร็วๆ คิดไม่ออกก็สั่งมันเป็นอยู่อย่างเดียวเช่น เคยกินปลาดิบหรือทงคัตสึก็จะสั่งมันอยู่นั้นแหละ แม้ว่าร่างกายจะเผาผลาญเนื้อสัตว์ได้ดี แต่หากกินไขมันที่ย่อยยาก จะทำให้มีความร้อนในร่างกายมากเกินไปจนป่วยไข้ได้

เดือน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม
ธาตุลม (อ่อนไหว เรียบง่าย เข้าใจยาก) ดูสับสนยังไงไม่รู้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขึ้นๆ ลงๆ เอาใจยาก หรือบางคนเอาแต่ใจซะด้วย คนธาตุนี้ควรกินอาหารเผ็ดร้อน ซึ่งถ้าเป็นอาหารไทยนั้นจะไม่ยาก แต่ถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นแล้วต้องดูดีๆ เพราะบางอย่างเผ็ดไม่จริง หรือต้องกินของเย็นๆ สดๆ ประกอบด้วย เช่น พวกวาซะบิ กินเปล่าๆ คงไม่ไหว เอาเป็นว่าแค่เผ็ดร้อนก็พอ พวกแกงกะหรี่ต่างๆ ถึงจะถูกตามธาตุ จัดไป จะเนื้อ จะไก่ จะหมูก็ได้ แต่พวกนี้จะย่อยยากสำหรับคนธาตุลม และไม่ควรกินมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ทางที่ดีน่าจะเป็น ปลา หรือกุ้ง ดีกว่า แบบนานๆ กินทีเพื่อปรับธาตุในตัวให้สมดุลย์

เดือน สิงหาคม กันยายน ตุลาคม
ธาตุน้ำ (นักคิด นิ่งเฉย รสนิยมดี) ดูๆ แล้วน่าฉลาดเลือก ในการกินมากที่สุดใน 4 ธาตุ แต่กลับมีปัญหามากที่สุด กับการกิน ก็เลือกมาก (เยอะ) ออกแนวลังเลในบางที จริงๆ ก็กินได้แทบจะทุกอย่าง แต่ไม่ให้เยอะเกินไปหรือถี่เกินไป รู้ว่าบางอย่างมีประโยชน์มากก็กินซะเกินพอดี ก็ต้องแนะนำว่า ถ้าจะกินอาหารญี่ปุ่น ก็ต้องกินของแพงๆ เข้าไว้ จะได้ไม่กินบ่อยๆ อะไรก็ได้ที่แพงๆ กินแล้วถ่ายรูปไว้ด้วยนะ จะได้บอกคนอื่นว่าไปกินมาแล้ว คราวนี้จะได้ไม่กินซ้ำอีก แต่ที่ดีที่สุดก็คือ พวกชา ชาเขียว ชาเขียวผสมน้ำผึ้ง ผสมสมุนไพรต่างๆ ก็ยิ่งดี จะร้อนจะเย็นก็ได้ จะช่วยปรับธาตุในร่างกายได้ดี แต่แนะนำว่าร้อนดีกว่าค่ะ

เดือน พฤษจิกายน ธันวาคม มกราคม
ธาตุดิน (หนักแน่น อดทน แตกหัก) ก็คือไม่ยอมใครง่าย โกรธยาก แต่โกรธแล้วบางทีเกลียดเลย เชื่อมั่นในตัวตนสูง หรือถ้าเชื่อใครแล้วก็จะเชื่ออย่างไม่คิด จะกินก็เรื่องมากนิดหน่อย แต่ก็ง่ายที่สุด ถ้าต้องถามว่าจะไปกินอะไรดี เขาจะตอบแบบไม่ต้องคิดมาก คือแล้วแต่คุณ ถ้าเลือกถูกใจก็โชคดีไป แต่ถ้า.... ขอแนะนำว่าให้ไปกินพวกอาหารเส้นต่างๆ โซบะ โซเมง อุด้ง ได้หมด แต่ดีที่สุดน่าจะเป็น "โซเมง" เป็นบะหมี่ที่นิยมทานในหน้าร้อนเช่นกัน เส้นของโซเมงทำจากข้าวสาลี (sobako-ข้าวสาลี) ดังนั้นเส้นจึงมีสีขาวนวลและเส้นจะบางกว่าโซบะ เส้นโซเมงจะนุ่มสามารถดัดแปลงทำอาหารได้หลายอย่าง จะทำแบบเย็นก็ได้ ทำให้สดชื่นดีค่ะ แต่คนธาตุนี้กินแป้งมากๆ ไม่ดี แต่ก็ต้องกินบ้างไม่ใช่ไม่กินเลย..


credit: เรื่องโดย : ซูชิโนะ | http://www.marumura.com/food/?id=1896

Thursday, September 29, 2011

10 อันดับ ของฝากยอดนิยมในญี่ปุ่น

10 อันดับของฝากยอดนิยมในญี่ปุ่น (10 most popular from Japan)

อันดับ 10 Tako Yaki (たこ焼き) จากจังหวัด Osaka ถ้าพูดถึง Tako Yaki แล้วก็ต้องที่ Osaka เท่านั้น


อันดับ 9 Haginotsuki (萩の月) แห่งจังหวัด Miyagi(宮城)เป็นเค้กฟองน้ำคุณภาพเยี่ยม (カステラ:Kasutera) ที่สอดไส้ครีมคัสตาร์ดรสหวานกำลังพอเหมาะ เป็นของฝากที่พลาดไม่ได้ของเซนได เลยทีเดียว


อันดับ 8 Marusei Butter Sando (マルセイバターサンド) ของจังหวัด Hokkaido (北海道) เป็นบิสกิต สอดไส้ครีม White Chocolate และลูกเกด


อันดับ 7 Momiji Manju (もみじまんじゅう) ของฝากจากจังหวัด Hiroshima (広島) เป็นขนม Manju ไส้ถั่วแดงที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกับน้ำชา นอกจากความหวานอร่อยของขนมแล้ว ความน่ารับประทานของขนมที่เป็นที่ออกแบบเป็นรูปใบเมเปิ้ล ก็ทำให้ Momijimanju เป็นของฝากขึ้นชื่อของ Hiroshima ไปเลย


อันดับ 6 Shiroikoibito (白い恋人) ของฝากจาก Hokkaido (北海道) ที่คนไทยรู้จักกันดี เป็นคุ้กกี้สอดไส้ White Chocolate ซี่งเนื้อคุ้กกี้จะถูกอบด้วยความเกรียมที่กำลังพอดี บวกกับ White Chocolate ที่ทำจากน้ำนมอันเลื่องชื่อของ Hokkaido ทำให้ Shiroi Koibito เป็นที่ติดอกติดใจทั้งของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามสนามบินแทบจะทุกแห่งในประเทศญี่ปุ่น


อันดับ 5 Uirou (ういろう) ของฝากจากจังหวัด Aichi (愛知) เป็นขนมขึ้นชื่อของเมือง Nagoya (名古屋) ที่เป็นที่รู้จักกันดีของคนญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นขนมที่มีมาตั้งแต่สมัยแรกในยุคเอโดะ (江戸時代) ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าที่นำไปนึ่ง รสหวานอ่อน ๆ นุ่ม ๆ มีทั้งรสน้ำตาลขาว น้ำตาลดำ ถั่วแดง และชาเขียว เป็นขนมที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกับน้ำชาเป็นลำดับต้นๆ เลยทีเดียว


อันดับ 4 Jagapokkuru (じゃがポックル) ของฝากจากจังหวัด Hokkaido รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นแค่มันฝรั่งแท่งทอดกรอบทั่วไป แต่รสชาตินั้นสุดยอด ผลิตโดยคาลบี้ ที่พวกเรารู้จักกันดี ภายใต้แบรนด์ Potato Farm ออกวางขายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2006 ในช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้มีการโฆษณาแต่อย่างใด ด้วยความอร่อย และเสียงปากต่อปากจากผู้ชิมทั้งหลาย ทำให้ขายดีถึงขนาดที่จะต้องจำกัดจำนวนซื้อต่อคนต่อครั้งกันเลยทีเดียว ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น ทำให้สามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น ตามสนามบินและร้านตัวแทนจำหน่ายบางแห่ง


อันดับ 3 Akafuku (赤福) ของฝากจากเมือง Ise (伊勢) จังหวัด Mie (三重) เป็นขนมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัย Houei (宝永) ประมาณปี 1707 คือขนมโมจิไส้ถั่วแดง ที่มีรสชาติแสนอร่อย และถือว่าเป็นขนมมงคลที่แสดงถึงความจริงใจของผู้ให้ที่จะมอบความสุขให้แก่ผู้รับ ขนมนี้จึงนิยมเป็นของฝากของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
อันดับที่ 2 Gougouichi no Butaman (551の豚まん) ของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด Osaka เป็นซาลาเปาไส้หมูบดรวมกับหอมหัวใหญ่ ผลิตโดยร้านอาหารจีนขึ้นชื่อของ Osaka ที่มีชื่อว่าร้าน 551 Horai (551蓬莱) ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยถึงวันละ 140,000 ลูก

ส่วนขายซาลาเปาแบบซื้อกลับบ้านในตัวเมือง Osaka มีสาขาอยู่มากมาย ทั้งที่ Namba, Shinzaibashi, และ Umedaภัตตาคารอาหารจีนในสนามบินคันไซ


อันดับ 1 Karashi Mentaiko (辛子明太子) ของฝากจากจังหวัด Fukuoka (福岡) Mentaiko ก็คือไข่ปลาคอต Karashi คือรสเผ็ด Karashi Mentaiko เป็นการนำไข่ปลาคอตไปหมักกับเกลือแล้วปรุงรสเผ็ดด้วยพริกนั่นเอง เล่ากันว่า Karashi Mentaiko นั้นเกิดในช่วงสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี และเนื่องจากเมือง Fukushima เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น จึงทำให้ Karashi Mentaiko เป็นอาหารที่ดัดแปลงมาจากการหมักกิมจิของประเทศเกาหลีนั่นเอง และในปี Showa ที่ 50 เมื่อรถไฟ Shinkanzen สาย Sanyo ที่วิ่งระหว่างสถานี Shin Osaka ถึงเมือง Hakata เริ่มเปิดให้บริการ ทำให้ Karashi Mentaiko เป็นที่รู้จักมากขึ้น ปัจจุบันนิยมนำ Karashi Mentaiko ไปทำ Onigiri และสปาเกตตี้ รวมถึงอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย



ขอบคุณข้อมูลจาก : http://gurutabi.gnavi.co.jp
ที่มา : http://www.marumura.com/japanist_talkative/?id=1526

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...